ถ้าให้นิยามคำว่า “ชาเขียว” หลายคนอาจนึกถึงใบชาสีเขียวสดตามไร่หรือใบชาสีเขียวแก่แบบแห้งที่มักพบเจอได้บ่อยครั้ง ก่อนจะนำมาชงจนเกิดน้ำชาเขียวในมิติต่าง ๆ ทั้งเขียวใส หรือ เขียวขุ่น แต่จะมีชาเขียวอยู่หนึ่งประเภทที่แม้จะได้ชื่อว่าชาเขียวแท้ แต่ทั้งใบชาและสีเครื่องดื่มกับตรงกันข้าม เราเรียกชาเขียวชนิดนี้ว่า “โฮจิฉะ (Hojicha)”

“โฮจิฉะ” คืออะไร

โฮจิฉะ (Hojicha) คือชาเขียวประเภทหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดจากเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คำว่า “โฮจิฉะ” เป็นการรวมตัวของ 2 ความหมาย ได้แก่ “โฮจิ” ที่แปลว่าคั่ว และ “ฉะ” ที่แปลว่าชา “โฮจิฉะ” จึงแปลว่า “ชาคั่ว” ซึ่งมีที่มาจากกระบวนผลิตและแปรรูป โดยที่โฮจิฉะจะผลิตจากใบชาเขียวที่ถูกนำไปคั่วในอุณหภูมิสูงมาก ราว ๆ 200 – 300 องศาเซลเซียส ก่อนจะทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สีใบชาเข้มขึ้นจนออกไปทางสีน้ำตาลแก่ กระบวนแปรรูปแบบนี้จะทำให้ตัวคาเฟอีนในใบชานั้นสูญสลายไปมากแต่จะให้ความหอมที่เป็นพิเศษขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้รสชาติของโฮจิฉะนั้นแทบไม่มีความขมหลงเหลืออยู่ อาจมีรสขมที่น้อยมาก กลับกันโฮจิฉะจะมีรสนุ่ม ไม่ค่อยฝาดเฝื่อนและมีปริมาณคาเฟอีนที่น้อยมาก ๆ

ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มชาประเภทนี้กันแทบทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่หรือวัยชรา แม้กระทั่งใช้เป็นชาดื่มก่อนเข้านอน และมักนิยมดื่มในวันที่อากาศร้อนอีกด้วย

5 ประโยชน์ของโฮจิฉะ

5 ประโยชน์ของโฮจิฉะ

ความพิเศษของชาเขียวโฮจิฉะไม่ได้มีเพียงขั้นตอนการผลิตและรสชาติแบบไลท์ ๆ เท่านั้น แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ซ่อนเอาไว้ ยังทำให้โฮจิฉะเป็นอีกแขนงของชาเชียวที่คู่ควรอย่างยิ่งกับชาวชาเลิฟเวอร์ทุกเพศทุกวัย ประโยชน์เชิงสุขภาพหลัก ๆ ของโฮจิฉะ ได้แก่

ลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย

เนื่องจากโฮจิฉะเป็นหนึ่งในประเภทของชาเขียว ทำให้ในชาโฮจิฉะมีสารสกัดธรรมชาติที่เหมือนกันกับชาเขียวอื่น ๆ โดยเฉพาะ “สารคาเทชิน” (Catechins) ที่มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ รวมถึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) อีกด้วย

ผ่อนคลายความเครียด

โฮจิฉะเป็นชาเขียวที่ผ่านการแปรรูปด้วยการคั่ว ซึ่งจะให้กลิ่นอโรม่าที่หอมเป็นพิเศษมากกว่าชาเขียวทั่วไป กลิ่นหอมของโฮจิฉะจะช่วยให้เราสงบขึ้น ทั้งนี้ ในโฮจิฉะยังมีกรดอะมิโน L-Theanine ที่ช่วยลดอาการตึงเครียด อาการซึมเศร้าและอาการวิตกกังวลได้ ทั้งทางร่างกาย (Physical Health) และจิตใจ (Mental Health)

บำรุงสายตา

ในโฮจิฉะอุดมไปด้วยวิตามินเอ (Vitamin A) ที่เป็นสารสกัดธรรมชาติที่ดีตัวหนึ่ง ช่วยเรื่องการบำรุงสายตาโดยตรง นอกจากวิตามินเอแล้ว โฮจิฉะยังเต็มไปด้วยวิตามินซีและอี (Vitamin C / E) ที่ช่วยป้องกันหวัดและช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้ดีขึ้น

ป้องกันฟันผุ

สารคาเทชิน (Catechins) ในโฮจิฉะ นอกจากจะถูกเอ่ยถึงในเรื่องช่วยลดคอเลสเตอรอลแล้ว คาเทชินยังเป็นสารสกัดธรรมชาติที่มากคุณประโยชน์ เพราะยังช่วยเรื่องลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้เป็นอย่างดี รวมถึงสารโพลิฟีนอนที่สามารถช่วยลดอาการเหงือกอักเสบได้ ฉะนั้น โฮจิฉะจึงมีสารสกัดที่ช่วยป้องกันฟันผุและดูแลสุขภาพช่องปากได้อีกทางหนึ่งด้วย

ช่วยลดน้ำหนัก

กิตติศัพท์ของชาเขียวกับเรื่องช่วยลดน้ำหนักมักเป็นของที่มาคู่กันเสมอ โดยเฉพาะกับชาเขียวโอจิฉะ ซึ่งมีสารสกัดตัวเก่งอย่าง “สารคาเทชิน” ที่อุดมไว้มากในโฮจิฉะ มีความสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ลดการสะสมไขมันใหม่เพิ่มการสลายไขมันเก่า ที่สำคัญ ช่วยลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกลัวผลข้างเคียง

ความแตกต่างระหว่าง โฮจิฉะและชาเขียวมัจฉะ

แม้ว่า โฮจิฉะ และ มัทฉะ จะจัดอยู่ในประเภทของชาเขียวเหมือนกัน แต่ทั้งคู่กลับมีคุณลักษณะและคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ รูปลักษณ์ รสชาติ กลิ่นหอม และสีที่ต่างกัน ดังนี้

สี

สีของใบชาเขียวโฮจิฉะจะออกไปทางสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลแก่ ๆ เนื่องจากผ่านการคั่วมาแล้ว แต่สำหรับสีของใบชาเขียวมัทฉะจะออกไปทางสีเขียวอมฟ้าหากถูกเก็บเกี่ยวช่วงต้นฤดูกาล แต่หากใบชามัทฉะถูกเก็บช่วงท้ายฤดูกาลจะมีสีเขียวอมเหลืองแทน

กลิ่น

กลิ่นของโฮจิฉะจะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น โฮจิฉะจะให้กลิ่นหอมของใบชาคั่วที่กลุ่นไปด้วยควันจาง ๆ (Smoky) และกลิ่นธรรมชาติเอิร์ธ ๆ (Earthy) ขณะที่มัทฉะจะเป็นกลิ่นชาเขียวที่มีความเฉพาะตัวออกไปทางกลิ่นพืชสีเขียวหรือสาหร่าย (Vegetal) แต่จะเป็นกลิ่นพืชใบเขียวที่มีความหอมละมุนอย่างมีเอกลักษณ์ ไม่ฉุน

กระบวนการผลิต

ทั้งโฮจิฉะและมัทฉะจะมีขั้นตอนการผลิตเริ่มต้นที่เหมือนกันและต่างกันในขั้นถัดไป เริ่มแรกทั้งโฮจิฉะและมัทฉะจะใช้ใบชาเขียวมาอบด้วยไอน้ำ ก่อนที่โฮจิฉะจะถูกนำใบชาไปคั่วด้วยอุณหภูมิสูง 200 – 300 องศาเซลเซียส ใบชาที่ได้จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม สามารถนำไปบดละเอียดหรือใช้เป็นใบชาแห้งก็ได้ ขณะที่ชาเขียวมัทฉะหลังจากอบไอน้ำแล้ว จะถูกนำไปทำให้แห้ง ก่อนจะนำไปบดละเอียดจนเป็นผงสีเขียวอมเหลือง

รสชาติ

เนื่องจากโฮจิฉะผ่านการคั่วมาก่อน ทำให้รสชาติชาที่ได้จะให้ความขมที่น้อยมาก มีรสฝาดน้อยหรือแทบไม่มีเลยและมีกลิ่นหอมอมควัน (Smoky & Earthy) ขณะที่มัทฉะส่วนใหญ่จะมีรสชาติขมนำหวานปลายและฝาดเป็นพิเศษ ติดกลิ่นพืชใบเขียวหอม ๆ มัทฉะจึงนิยมดื่มสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสและกลิ่นเฉพาะตัว

คาเฟอีน

ด้วยขั้นตอนการแปรรูปที่เฉพาะตัวของโฮจิฉะนอกจากจะทำให้รสชาติต่างแล้ว ปริมาณคาเฟอีนในโฮจิฉะยังแตกต่างกับชาเขียวชนิดอื่นอีกด้วย โดยปริมาณคาเฟอีนในโฮจิฉะจะมีประมาณ 0.13 กรัมต่อปริมาณชาเขียวโฮจิฉะ 100 กรัม ขณะที่มัทฉะเป็นชาเขียวที่มีปริมาณคาเฟอีนสูงถึง 3.2 กรัมต่อปริมาณชาเขียวมัทฉะ 100 กรัม ดังนั้นคาเฟอีนในโฮจิฉะนับว่าต่ำกว่าชาเขียวมัทฉะถึง 25 เท่าเลยทีเดียว

“โฮจิฉะ” นับว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งจากโลกชาเขียวที่สามารถพูดได้เลยว่าเหมาะกับทุกคนอย่างแท้จริง ด้วยรสชาติที่รังสรรค์มาให้ดื่มง่าย มีสารสกัดธรรมชาติมากประโยชน์และเป็นมิตรกับสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Hojicha Green Tea by Aroma ชาเขียวโฮจิฉะจากแบรนด์อโรม่า ที่นำเข้าชาเขียวแท้ ๆ เกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นโดยตรง ให้รสชาติที่หวาน ฝาดน้อยมากและมีปริมาณคาเฟอีนที่ต่ำสุด ๆ มาในแพ็คเกจที่พกพาได้ หยิบชงง่าย พร้อมซีลกันอากาศ ช่วยให้เก็บรักษาได้สะดวกและยาวนาน 1 ซองปริมาณ 100 กรัม ในราคาหลักร้อยเท่านั้น เหมาะแก่การซื้อติดบ้านเอาไว้ หรือสำหรับร้านค้าที่ต้องการ โฮจิฉะ พรีเมี่ยม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ต้องมีติดร้าน หาซื้อได้ง่ายควบคุมปริมาณและต้นทุนสำหรับร้านได้ดี สนใจสามารถสั่งซื้อผ่าน อโรม่า ช็อป หรือ Aroma Online Store ได้เลย