ทุกครั้งที่ทำกาแฟ 1 แก้ว จะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘กากกาแฟ’ หลงเหลือเป็นสิ่งสุดท้ายเสมอ สิ่งที่หลาย ๆ คนมักจะทำคือทิ้งลงถังขยะทันที สิ่งที่มีคำว่า ‘กาก’ นำหน้าในชื่อของตัวเอง ดูจะบ่งบอกว่ามันไร้ประโยชน์อยู่แล้ว แต่กากกาแฟไม่ใช่แบบนั้น นอกจากจะไม่ได้ไร้ประโยชน์แล้ว ยังมีคุณประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านต่างจากที่น้ำกาแฟทำได้ บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักความไม่กากของกากกาแฟกัน

กากกาแฟ คืออะไร

กากกาแฟ (Ground Coffee) คือสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่จากกระบวนการคั่วเพื่อเอาสิ่งที่ดีที่สุดไปจากกาแฟ เพื่อเป็นกาแฟ 1 ถ้วยในร้านอาหารสักแห่ง ในยามเช้าของห้องครัวที่แดดกำลังส่องเข้ามา หรือในคาเฟ่อันเร่งรีบก็ตาม เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเนื้อหรือเศษของเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วบดชงออกไปเป็นกาแฟแล้ว มีลักษณะเป็นเศษแห้ง ๆ ดูเป็นของเหลือ แต่ ! ไม่ใช่แบบนั้น เพราะกากกาแฟมีสารสำคัญหลายชนิดอยู่ในตัว มีสรรพคุณที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ในครัวเรือน การเกษตร ไปจนถึงดูแลผิวพรรณ

ประโยชน์ของกากกาแฟที่หลายคนคาดไม่ถึง

ประโยชน์ของกากกาแฟ

เกริ่นมาแล้วว่ากากกาแฟไม่ได้กากตามชื่อ และบอกเลยว่าเพื่อน ๆ จะต้องตกใจเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เราทิ้งลงถังขยะทุกวันหลังจากได้กาแฟเพื่อดื่มแล้ว มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ใช้สำหรับขัดผิว

เชื่อว่าแทบทุกคนเคยได้ยิน Body Scrub ที่ใช้กากกาแฟเป็นส่วนผสมหลักในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ชั้นนำอย่างแน่นอน แน่นอนว่าเราสามารถทำสครับจากกากกาแฟแบบ Homemade ด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้ที่บ้านด้วย เพียงเอากากกาแฟไปตากให้แห้ง บดให้ละเอียด ก็สามารถนำมาใช้ขัดถูทำความสะอาดร่างกายได้แล้ว หรือจะใช้ผสมคู่กับน้ำนมหรือครีมเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิวก็ได้เช่นกัน หลาย ๆ คนนิยมใช้ขัดถูในส่วนที่ดำด้านของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหัวเข่า ข้อศอก ตาตุ่ม และนอกจากร่างกายแล้ว ก็ยังสามารถใช้เป็นสครับถูใบหน้าได้อีกด้วย กากกาแฟจะช่วยล้างรูขุมขนที่อุดตัน / ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว / ลดการอักเสบหลังการเกิดสิว เป็นต้น นี่คือประโยชน์หลัก ๆ ที่คุณจะได้เมื่อใช้กากกาแฟในการสครับผิว

ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว : สครับกากกาแฟดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนและป้องกันขนคุด จนผิวนุ่มเรียบเนียนอย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วยลดเซลลูไลท์ : สครับจากกากกาแฟช่วยละลายเซลลูไลท์ นั่นเป็นเพราะความสามารถของคาเฟอีนที่สามารถขยายหลอดเลือดได้ จึงช่วยลดผิวที่หย่อนยานได้

สร้างประกายแห่งความอ่อนเยาว์ : มาทำให้ผิวกระจ่างใสดูอ่อนกว่าวัยกันเถอะ เพราะคาเฟอีนจะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยให้ผิวได้รับวิตามินและสารอาหารมากกว่าเดิม จนต้องบอกลาผิวที่หมองคล้ำกันไปเลย

ทำให้ผิวกระชับ : กากกาแฟจะช่วยระบายน้ำส่วนเกินพร้อมปรับปรุงการผลิตคอลลาเจนจนทำให้ผิวดูกระชับขึ้นหลังจากการใช้เพียงไม่กี่ครั้ง

เป็นตัวช่วยชะลอความเยาว์วัย : เป็นที่รู้กันว่าในคาเฟอีนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกายเต็มไปหมด และหลาย ๆ ตัวก็จะช่วยซ่อมแซมผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยอันเป็นสัญญาณของอายุที่มากขึ้น ทั้งยังช่วยปรับปรุงการผลิตคอลลาเจนและการหมุนเวียนของเซลล์เพื่อชะลอความเยาว์วัยให้อยู่กับเรานาน ๆ อีกด้วย

ใช้ไล่มดที่คอยกวนใจ

หมดปัญหามดขึ้นกับข้าว ขึ้นที่นอน หรือเดินเล่นในบ้านอย่างเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งยาว ๆ สักที เพราะว่ากากกาแฟนี่ล่ะช่วยไล่มดได้ ! เพียงเอากากกาแฟไปทาตรงบริเวณเส้นทางที่มดชอบขึ้น กลิ่นบางอย่างในกากกาแฟก็จะช่วยไล่มดไม่ให้มากวนใจอีกเลย

เป็นเครื่องมือกำจัดรอยไหม้ที่หม้อและกระทะ

บอกเลยว่าอันนี้ Life Hack สุด ๆ ใครจะเชื่อว่าเพียงเราเอากากกาแฟมาห่อหุ้มด้วยผ้าให้เหมาะมือ จากนั้นเอาไปขัดถูบริเวณที่เป็นรอยไหม้ของหม้อหรือกระทะ เพียงเท่านี้เราก็จะเหมือนได้เครื่องครัวที่เพิ่งซื้อใหม่ใสปิ๊งอีกครั้ง

ใช้เป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับต้นไม้

คุณประโยชน์ยอดนิยมสำหรับผู้ที่หลงไหลในการทำสวนที่บ้าน เพราะกากกาแฟเป็นมิตรที่ดีสำหรับต้นไม้ที่กำลังจะเติบโต ด้วยการมีธาตุไนโตรเจนที่จำเป็นต่อการเจริญของพืช รวมถึงโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสอีก เป็นหนึ่งในปุ๋ยชั้นดีที่หลาย ๆ คนวางใจ

ช่วยซ่อมแซมรอยขีดข่วนที่เฟอร์นิเจอร์

อีก Life Hack ที่ไม่น่าเชื่อว่ากากกาแฟเองก็ทำได้ คือการลบรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ วิธีการคือเอาสำลีชุบที่กากกาแฟ แล้วเอามาถูในส่วนที่เป็นรอยเปื้อนบนเฟอร์นิเจอร์ แล้วรอเวลาจนแห้ง

กำจัดกลิ่นในตู้เย็น

สวรรค์ของคนชอบตู้เย็นที่ไม่มีกลิ่นอับ คลีนเหมือนไม่ได้แช่อะไรเอาไว้ เพียงเราหาชามหรือถ้วยเล็ก ๆ แล้วใส่กากกาแฟลงไป วางเอาไว้ในส่วนของประตูตู้เย็น เพียงเท่านี้กากกาแฟก็จะจัดการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากทั้งของคาวของหวาน ให้ตู้เย็นกลับมารีเฟรชอีกครั้งหนึ่ง

วิธีเก็บรักษากากกาแฟให้ใช้ได้นาน

วิธีเก็บรักษากากกาแฟให้ใช้ได้นาน

ถึงจะมีสถานะเป็นเหมือนของเหลือ แต่กากกาแฟเองก็ต้องการการเก็บที่เหมาะสม เพื่อถนอมคุณภาพให้ใช้ได้นาน ๆ และเพื่อไม่ให้ขึ้นราด้วย ก็จะมีวิธีถนอมหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ

1. ตากแดด : วิธีแรกให้ทุกคนเอากากกาแฟที่เพิ่งได้มาใหม่ ๆ หลังกระบวนคั่วไปตากแดดให้แห้ง จนกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ และเมื่อสัมผัสก็จะต้องละเอียดไม่เป็นก้อนเหมือนก่อนหน้า เพื่อให้ชัวร์ว่าไม่มีความชื้นอยู่ วิธีสุดท้ายคือเอากากกาแฟร้อน ๆ มาพักในที่ร่มจนอุณหภูมิปกติ ก่อนจะเก็บเข้าภาชนะที่ปิดสนิทห้ามให้อากาศเข้าเด็ดขาด

2. นำเข้าไมโครเวฟ : อีกวิธีที่จริง ๆ แล้วนำมาซึ่งปลายทางเดียวกัน แต่อันนี้แบบเร่งรัดกว่า คือการนำเอากากกาแฟเข้าไมโครเวฟไปเลย แต่บดให้ละเอียดก่อนนะ จะใช้เวลาแค่เพียง 2-3 นาที จากนั้นให้เอากาแฟมาพักคลายความร้อน แล้วเก็บเข้าโหลปิดสนิทเป็นอันเรียบร้อย

กากกาแฟมีประโยชน์ต่อชีวิตของคนมากกว่าที่คิด เหมือนกาแฟเป็นตัวสร้างความสุนทรีย์ทางรสสัมผัสและกลิ่น แต่กากกาแฟเป็นตัวช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นอีกนิด เพราะฉะนั้นก่อนจะทิ้งกากกาแฟลงถังขยะครั้งหน้า ให้มั่นใจแล้วว่าคุณไม่ได้ใช้มันจริง ๆ หรือส่งต่อคนที่ต้องการใช้ยิ่งดีไปใหญ่ สร้าง Zero Waste ให้สังคมคนดื่มกาแฟกัน