เคล็ดลับในการทำร้านกาแฟให้ออกมาได้มาตรฐานและดีที่สุด นอกจากจะมี Know How หรือ Stragey หรือ Skill จากบาร์ริสต้าที่เก่งแล้ว ทุกร้านจำเป็นที่จะต้องมีการ Detailing ใส่ใจในรายละเอียดในจุดที่เล็กไปจนถึงใหญ่สุด และสำหรับร้านกาแฟนั่นหมายรวมถึงการล้างเครื่องชงกาแฟให้สะอาดอยู่เสมอ

เพราะเครื่องชงกาแฟเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สามารถกำหนดว่ารสชาติของกาแฟในร้านจะยังคงดีเหมือน Day1 ที่ลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน วันนี้เราเลยจะมาเผย 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ให้เหล่าบาร์ริสต้าทุกคนสามารถล้างเครื่องชงกาแฟได้ด้วยตัวเองให้ดูสะอาดเหมือนใหม่ตลอดเวลา

ทำไมถึงต้องทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ ?

เหตุผลนั้นเรียบง่ายโดยสรุปสั้น ๆ ได้ว่า “เพราะเครื่องชงกาแฟทำงานต่อเนื่องทั้งวัน (เกิน 8 ชั่วโมงแน่นอน) และทุกวัน” แต่ถ้าจะให้พูดยาว ๆ ขึ้นอีกหน่อย ก็เพราะว่าการไม่ดูแลเครื่องชงกาแฟให้ดีจะสร้างปัญหาไปถึงคุณภาพการทำงานที่เคยรวดเร็วและเสถียรของเครื่อง ทำให้ Work Flow ของร้านเกิดติดขัด ส่งผลไปถึงรสชาติกาแฟที่ออกมาแต่ละแก้วเพราะว่ากลิ่นของกาแฟเก่าตกค้าง จนถึงเครื่องพังไปในที่สุด สาเหตุอาจเกิดจากสิ่งสกปรกตกค้าง มีคราบน้ำมันจากสารสกัดกาแฟ อีกทั้งการให้ช่างเทคนิคซ่อมแต่ละครั้งก็ราคาไม่ใช่น้อย ๆ เลยล่ะ การทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟจึงเป็น Job To Do ที่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นบาร์ริสต้าก็ต้องให้ความใส่ใจเสมอ

5 ขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ

5 ขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ

การทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟจะแบ่งระยะเวลาออกเป็น 2 แบบ 1.แบบรายวัน 2.แบบรายสัปดาห์ ซึ่งในแต่ละส่วนประกอบก็จะดูแลในระยะเวลาที่ต่างกัน เราไปดูกันว่า 5 ส่วนองค์ประกอบหลักของ เครื่องชงกาแฟสด หรือ Espresso Machine จะต้องอาศัยการทำความสะอาดอย่างไรบ้าง

การทำความสะอาดตัวเครื่อง

เริ่มจากภายนอกที่สุดกับส่วนตัวเครื่อง วิธีการดูแลในส่วนนี้ให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำอุ่น ๆ แล้วอย่าลืมที่จะบิดให้หมาดจากนั้นก็จัดการเช็ดรอบตัวเครื่องได้เลย จากนั้น ให้เอาผ้าไมโครไฟเบอร์ (อีกผืน) ที่แห้งเช็ดตัวเครื่องเอาคราบต่าง ๆ รวมถึงฝุ่นให้กลับมาใสกริ๊งอีกครั้ง การดูแลในส่วนนี้จำเป็นจะต้องทำทุกวันหลังจากที่ปิดออเดอร์แก้วสุดท้ายแล้วเสมอ

วิธีการล้างหัวหัวกรุ๊ป

การทำความสะอาดสิ่งที่เรียกว่า ‘หัวกรุ๊ป (Group Head)’ นั้นเป็นงานประจำวันที่จำเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือส่วนประกอบที่กาแฟไหลผ่านตลอดเวลา รถชาติกาแฟจะเพี้ยนไม่เพี้ยนก็อยู่ที่การทำความสะอาดส่วนนี้ล่ะ ก่อนอื่นให้เตรียมแปรงขัดหัวกรุ๊ปที่ขนอ่อน จัดการขัดตามมุมขอบต่าง ๆ ไปจนถึงด้านใน รวมไปถึงซีลยางก็ต้องทำให้สะอาดด้วย และเพื่อให้สะอาดมากที่สุด ขั้นตอนสุดท้ายให้จัดการนำ ‘ตะแกรงตัน’ ที่มีไว้สำหรับล้างหัวชงกาแฟ ใส่เข้าไปแทนตะแกรงชงกาแฟ เอาด้านในใส่เข้าหัวกรุ๊ป จากนั้นกดปุ่มชงกาแฟเพื่อปล่อยน้ำเปล่า ในระยะเวลา 5 วินาที ทั้งหมด 5 รอบ เพื่อเอาผงกาแฟที่ค้างอยู่ด้านในหัวชงออกให้หมด

แต่สำหรับการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ให้ทำวิธีเดียวกัน แต่คราวนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเข้าไปด้วย (ครึ่งช้อนชา) กดปุ่มปล่อยน้ำเหมือนเดิม ประมาณ 4 วินาทีแล้วกดหยุด ต่อมาให้แช่เอาไว้ประมาณ 10 นาที ให้น้ำยาล้างผงกาแฟจนหมด และจำเป็นที่จะต้องถอดน็อตของหัวกรุ๊ปเพื่อเอาออกมาทำความสะอาดด้วย

การล้างระบบท่อแรงดัน

ความสำคัญในการล้างท่อแรงดันคืออะไรรู้มั้ย ลองคิดภาพตามว่าเมื่อการไหลของแรงดันไม่คงที่ การไหลของน้ำผ่านกาแฟจะทำให้การสกัดกาแฟออกมาไม่เพอร์เฟค และนั่นหมายถึงรสชาติของกาแฟที่ไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง วิธีการทำความสะอาดก็ไม่ยาก คือการทำ Back Flush หมายถึงการใส่ Basket ที่ไม่มีรูเข้ากับก้านอัด ใส่ผงทำความสะอาดเข้าไป จากนั้นใส่เข้ากับหัวกรุ๊ป ให้เครื่องทำงานปล่อยน้ำสกัดกาแฟเอาไว้ประมาณ 7-10 วินาที ทำซ้ำสัก 3 รอบ น้ำร้อนจะเคลียหัวกรุ๊ปอย่างเรียบร้อย

การล้างท่อก้านสตีมนม

อีกส่วนที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กับการทำความสะอาดข้อก่อนหน้าที่เราพูดไป เพราะว่าก้านสตีมนมที่มีคราบนมติดอยู่นำมาซึ่งเชื้อโรคได้ง่ายจากการเน่าเสียของนมที่ปลายท่อของสตีม สำหรับการทำความสะอาดแบบรายวันของส่วนนี้ ให้เตรียมน้ำเปล่าสะอาดใส่เหยือกขนาดกลางใส่น้ำครึ่งหนึ่ง แล้วทำการเปิดท่อสตีมเหมือนเวลาเราสตีมนมปกติ เพื่อให้น้ำเข้าไปล้างคราบนมที่ค้างอยู่ออกให้หมด แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดจนสะอาด

ส่วนวิธีการทำความสะอาดแบบรายสัปดาห์นั้น ให้เราจัดการถอดปลายท่อของก้านสตีมเพื่อเอาไปแช่ในน้ำร้อน ซึ่งได้ทำการผสมกับผงทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเอาไว้แล้ว เป็นเวลาขั้นต่ำ 15 นาที เมื่อเสร็จแล้วก็ประกอบเข้ากับเครื่องชงกาแฟ จากนั้นทำการเช็คโดยการเปิดก้านสตีมเพื่อดูว่าไอน้ำออกจากรูก้านสตีมครบทุกรูหรือเปล่า

การล้างก้านชง Basket และถาดรองน้ำ

ส่วนประกอบสุดท้ายที่ต้องทำความสะอาดสำหรับเครื่องชงกาแฟ คือตัว Basket ที่หากไม่ดูแลให้ดีก็จะทำให้รสชาติของกาแฟไม่ได้คุณภาพที่ต้องการเช่นกัน วิธีล้างก็ไม่ยาก เพียงถอด Basket ออกจากก้านชงก่อน แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่าจนสะอาด หรือ จะแช่ในน้ำร้อนอุณหภูมิ 500 cc กับผงทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟแช่เอาไว้ 30 นาทีก่อนนำมาเช็ดให้แห้งก็ได้เหมือนกัน แต่ไหน ๆ ก็ทำความสะอาด Basket แล้ว ก็อย่าลืมที่จะทำความสะอาดถาดรองน้ำไปด้วยเลย ถอดออกมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานเหมือนกัน แล้วก็อย่าลืมเช็ดใต้ถาดรองน้ำให้แห้งด้วยล่ะ

เคล็ดไม่ลับสำหรับการทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟสด

ทีนี้เมื่อรู้แล้วว่าการทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟด้วยตัวเองต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง ก็มีข้อควรระวังและปณิธาณที่เหล่าบาร์ริสต้าควรยึดตามเป็นรูทีนเพื่อให้เครื่องชงกาแฟของคุณทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเสมอ

‘ควรทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเป็นประจำ’ : ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ก็จำเป็นต้องทำอย่าให้ขาด และต้องทำให้สะอาดทุกครั้ง เพราะนอกจาก benefit ที่ได้ต่อรสชาติกาแฟและการยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือแล้ว ยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับร้าน ลูกค้าที่เดินเข้ามาเมื่อเห็นเครื่องชงกาแฟที่สะอาด ก็เป็นการสร้างความมั่นใจต่อ first impression ละ แถมยังทำให้บรรยากาศของร้านดีขึ้นอีกด้วย

‘ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำยาทำความสะอาดทุกครั้ง’ : เมื่อเราทำตามตารางล้างเครื่องชงกาแฟทุกวันได้อย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ผงสำหรับทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะทุกครั้งไป เพียงแค่ล้างน้ำสะอาด (และบางส่วนก็มีการใช้น้ำยาล้างจานควบคู่) เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ให้แห้งเท่านั้นก็พอ

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นของบทความ อุปกรณ์เครื่องชงกาแฟที่พร้อมคือการมัดใจให้ลูกค้ายังอยู่กับเรา แต่สิ่งที่เรายังไม่ได้บอกคือ สิ่งนี้ยังเป็นเครื่องชี้วัดว่าเราเป็นบาร์ริสต้าที่ละเอียดมากพอสำหรับงานของตัวเองหรือเปล่าด้วย สุดท้ายนี้เราอยากฝากว่าเครื่องชงกาแฟมีหลากหลายแบบ การล้างเครื่องที่ต่างกันจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์และวิธีการที่ต่างกัน รวมไปถึงการดูแลที่มาก-น้อยไม่เท่ากัน

อย่างแบรนด์ Aroma ของเราก็มีตั้งแต่ ‘Saeco Aulika Focus’ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติแบบหัวเดี่ยวที่เหมาะสำหรับใช้ในออฟฟิศหรือว่าทำดื่มเองที่บ้านแบบชิล ๆ หรือจริงจังขึ้นมาหน่อยกับ ‘Wega Atlas EVD 2Gr. Black / White’ ที่จะมาในลักษณะของ 2 หัวชง สามารถทำกาแฟได้ 300-500 แก้ว/วัน ไปจนถึงร้านกาแฟขนาดใหญ่ เราก็มี ‘Victoria Arduino VA358 White Eagle T3 3 Gr.’ แบบ 3 หัวชง ก้านสตีม 2 ก้าน มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่บาร์ริสต้ารุ่นใหม่ยกนิ้วให้เลย