เมื่อพูดถึง Cold Brew Coffee หรือ ‘กาแฟสกัดเย็น’ นี่ไม่ใช่เมนูแก้วใหม่ที่เพิ่งถูกคิดค้นเร็ว ๆ นี้ แต่เป็นแก้วมีมาหลายร้อยปีแล้ว! แต่คำถามสำคัญคือ “อะไรที่ทำให้กาแฟที่ซึ่งมีอุณหภูมิเย็น ขึ้นมาเป็นที่นิยมไม่แพ้กับกาแฟร้อนที่ผู้คนนิยมมาโดยตลอด ?”

บทความนี้เราจะพาไปรู้จัก Cold Brew แบบรอบด้าน ตั้งแต่ ความหมาย / วิธีการชง / ไปจนถึงประวัติศาสตร์ในแก้วกาแฟกันเลย

กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) คืออะไร

หากกาแฟที่ใช้คำต่อท้ายว่าปกติต้องเป็น ‘กาแฟร้อน’ ก็ต้องบอกว่า Cold Brew คือกาแฟขั้วตรงข้ามเลย ที่ใช้คำเรียกว่า ‘สกัดเย็น’ ก็เพราะวิธีการชงหรือสกัดด้วยน้ำซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าห้องหรือน้ำเย็น และใช้อัตราส่วนในการชงที่น้อยกว่ากาแฟร้อน คือกาแฟคั่วบด/น้ำ 1:20 และแน่นอนว่าจะใช้ Timing จนเสร็จที่นานกว่ากาแฟทั่วไป ด้วยระยะเวลาการสกัดนาน 8-16 ชั่วโมง กับ Cold Brew บางตัวอาจจะนานถึง 48 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ

“เหตุผลของการสกัดเย็นคืออะไร ?”

อย่างแรกเลยก็เพื่อให้สารประกอบอันเป็นเสน่ห์ซึ่งอุดมอยู่ภายในเมล็ดกาแฟละลายออกมาได้น้อยกว่าการสกัดด้วยน้ำร้อน เพราะเหตุนั้น Cold Brew จึงเป็นกาแฟที่มีเอกลักษณ์ของความอโรมาที่หอม คาแรคเตอร์นุ่มละมุน ไม่มี After Taste ที่ขมติดลิ้นมาสักเท่าไหร่ เปรี้ยวน้อยกว่า เป็นอีกทางเลือกที่ดีของคนรักกาแฟในลักษณะนี้หรือมือใหม่ที่กำลังสนใจจะดื่มกาแฟเป็นแก้วแรก

จากเกียวโตสู่ทั่วโลก จุดเริ่มต้นของ Cold Brew ทุกแก้ว

เรื่องราวของกาแฟแก้วนี้มีความน่าสนใจไม่แพ้กับกระบวนการทำของมันเลย ชวนทุกคนมาเปิดตำรา History Of Cold Brew Coffee เรียนรู้ประวัติศาสตร์ในแก้วกาแฟ เพื่อทำให้ทุกครั้งที่จิบกาแฟแก้วนี้มีความหมายยิ่งกว่าเดิมดีกว่า

ย้อนกลับไปในช่วงประมาณปี 1600s เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นเต็มไปด้วยเหล่าผู้หลงใหลในชาแบบเย็นกันทั่วทุกหนระแหงของแดนอาทิศอุทัย จนวันหนึ่ง เรือขนสินค้าของชาวดัตช์มาจอดเทียบท่า รับวัฒนธรรมชาเย็นกลับไป และเกิดหลอดไฟสว่าง “ปี๊ง!” ขึ้นบนหัว เราขายชาเย็นบ้างดีกว่า และจริง ๆ พวกเราอาจจะสามารถชงกาแฟแบบเย็นได้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ไฟชงกาแฟร้อน ซึ่งอาจจะนำมาสู่อันตรายต่อเรือของตัวเองได้ และเชื่อว่าการทำสกัดเย็นจะเป็นการดึงรสชาติของกาแฟได้ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น

เรือของชาวดัตช์ที่ออกจากท่าไปในวันนั้นได้วนกลับมาที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง พร้อมคืนวัฒนธรรม Cold Brew Coffee ที่ต่อยอดจากชาเขียวเย็นคืนตอบแทนให้กับชาวญี่ปุ่นบ้าง แล้วกาแฟแบบ Kyoto-style Cold Brew Coffee ก็กำเนิดขึ้น ก่อนที่กาแฟสกัดเย็นจะเดินทางไปทั่วโลก ตั้งแต่ในปี 1840s ที่มี Mazargan กาแฟเย็นทำจากมะนาวดับร้อนให้ชาวแอลจีเรียในเขตทะเลทราย / ปี 1930s ชาวคิวบาคิดค้นวิธีการสกัดกาแฟเย็นแบบใหม่จนฮิตไปถึงอเมริกา แล้วช่วง 1990s กาแฟ Cold Brew ก็เป็นส่วนหนึ่งของร้านกาแฟในอเมริกา กระทั่งเมื่อร้านกาแฟอย่าง Starbucks กำเนิดขึ้นก็บรรจุเมนูนี้เข้าไปด้วย จนทำให้กาแฟเข้าถึงผู้คนได้อย่างง่ายดายมากขึ้น เคยมีสถิติบันทึกตัวเลขในปี 2017 ว่ากาแฟสกัดเย็นเติบโตขึ้น 370%+ เลยทีเดียว

ความแตกต่างของกาแฟสกัดเย็น vs กาแฟทั่วไป

ความแตกต่างของกาแฟสกัดเย็น vs กาแฟทั่วไป

ไม่ใช่แค่ ‘ร้อน’ กับ ‘เย็น’ แต่กาแฟสกัดเย็นมีความแตกต่างในรายละเอียดกับกาแฟร้อนในหลายมิติมาก ๆ เราขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัด ๆ 3 ข้อตามนี้

1. ระยะเวลาในการสกัด : Cold Brew จะใช้เวลาในการสกัดอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง ในขณะที่กาแฟร้อนหรือกาแฟทั่วไปจะใช้เวลาในการชงที่สั้นมาก ๆ เพียง 2-5 นาทีเท่านั้น

2. อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชง : สำหรับกาแฟร้อนจะใช้น้ำร้อนในอุณหภูมิอยู่ที่ 160-185°F (71-85°C) แต่สำหรับ Cold Brew จะใช้น้ำอุณหภูมิเย็นที่ประมาณ 40°F (4°C)

3. คาแรคเตอร์ของรสชาติ : ว่ากันด้วย taste ของรสชาติที่ออกมา กาแฟเย็นจะให้ความขมและรสเปรี้ยวออกมาน้อยกว่า พร้อมสร้างบาลานซ์ความนุ่มนวลและความหอมอย่างลงตัว ในขณะที่กาแฟร้อนจะมีความเปรี้ยวและรสขมติดอยู่ที่ปลายลิ้นอย่างชัดเจน

รวมประโยชน์ของกาแฟสกัดเย็น

ช่วยลดความเครียด

ฟังก์ชั่นที่ดีที่สุดที่ Cold Brew มีให้กับคอกาแฟทุกคนคือการปรับอารมณ์ให้สว่างไสวขึ้นพร้อมลดความเครียดจากเรื่องนา ๆ จิตตังให้เราได้ ถึงขนาดมีงานวิจัยออกมาเลยว่าคนดื่มกาแฟจะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้น้อยกว่าคนทั่วไปได้มากถึง 8%

ช่วยลดน้ำหนัก

ดื่มกาแฟช่วยลดน้ำหนักได้นะ วลียอดฮิตที่ใครก็ต้องเคยได้ยิน แต่ Cold Brew ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไรน่ะเหรอ ก็เพราะกาแฟสกัดเย็นมีความหวานแบบธรรมชาติกลมกล่อมโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม พูดง่าย ๆ ว่ามีบาลานซ์ที่ดีจนไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มที่จะนำไปสู่โรคเบาหวานหรือความอ้วนได้นั่นเอง

ช่วยเผาผลาญไขมัน

เพราะว่า Cold Brew จะเป็นตัวช่วยบูสต์ต่อตัวเมตาบอลิซึมให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับไขมันส่วนเกินในร่างกาย

ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

เมื่อเทียบกับกาแฟปกติ Cold Brew ที่สกัดด้วยน้ำอุณหภูมิต่ำจะทำลายสารอาหารที่มีประโยชน์ของเมล็ดกาแฟน้อยกว่าน้ำร้อน หมายความว่าร่างกายก็จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระและกรดคลอโลจีนิคมากกว่า ซึ่งอนุมูลอิสระมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำตาลของร่างกายไม่ให้สูงจนเกินไป ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

สุดท้ายข้อดีของกระบวนการสกัดเย็นของเจ้ากาแฟชนิดนี้ยังช่วยให้เราเสี่ยงน้อยต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย เพราะร่างกายจะได้รับประโยชน์ของคาเฟอีน รวมถึงพวกสารประกอบฟีนอลแมกนีเซียม ไตรโกนีลีน สารลิกแนน ที่เป็นตัวป้องกันจากโรคที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้

เพราะว่าเป็นทางเลือกของคนดื่มกาแฟที่รักสุขภาพ เป็นแก้วแรกของคนต้องการเริ่มดื่มกาแฟ ไปจนถึงเป็นกาแฟสำหรับ Coffee Lover ที่ไม่ได้นิยมความขมมากจนเกินไป ทำให้ Cold Brew เป็นเมนูเครื่องดื่มทางเลือกที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมกาแฟมาโดยตลอดแบบที่เป็น Recommend Menu ของร้านกาแฟทั่วโลก

ไหน ๆ แบรนด์ Aroma เองก็มี Cold Brew ที่คนดื่มให้ความนิยมอยู่หลายตัว วันนี้เราอยากจึงขอแนะนำกาแฟสกัดเย็นห้ามพลาด 2 ตัว ‘The Signature Cold brew (Roasted Ground Coffee)’ การผสมผสานระหว่างเมล็ดอาราบิก้าจากทางตอนเหนือของไทยกับกาแฟจากเกาะสุมาตรา ที่แปรรูปแบบตากแห้ง (Dry process) แล้วคั่วสไตล์อิตาเลี่ยนรสชาติหอมเข้มด้วยกลิ่นอายของช็อคโกแลต และ กาแฟสกัดเย็น 100% ‘Colombia Huila Cold Brew (Roasted Ground Coffee)’ กาแฟอาราบิก้าจากโคลัมเบียที่ปลูกในฮุยลา (Huila) แปรรูปแบบ Washed process แล้วคั่วกลาง สร้างกลิ่นหอมของผลไม้สดและคาราเมล