“ชาไทย” หรือ “ชาเย็น” นับว่าเป็น 1 ใน 3 อันดับเมนูชาที่ได้รับความนิยมพุ่งสูงมาเสมอในประเทศ ด้วยรสชาติที่หวานเย็นชื่นใจ ทำให้เมนูชาสีส้มสดใสเข้ามาครองใจผู้บริโภคทั้งผู้ใหญ่และเด็กได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ความปังของชาไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศเท่านั้น เพราะชาไทยได้รับความนิยมไปไกลถึงระดับโลก! การันตีด้วยโพล “เครื่องดื่มอร่อยที่สุดในโลก” ชาเย็นหรือชาไทย ก็คว้าเอาท็อป 27 จาก 50 อันดับของ CNNGO ในปี 2018 มาครอง รวมถึงเมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา “ชาไทย” ก็ได้ตอกย้ำความนิยมด้วยการติด อันดับ 7 จากทั้งหมด 100 ของ “Best Non-alcoholic beverage in the world” เรียกได้ว่าการันตีความปังมาเสมอจนปัจจุบัน

เพราะความนิยมที่ไม่ได้อยู่แค่ในวงการชาเลิฟเวอร์ไทย ทำให้หลายคนสงสัยว่าแท้จริงแล้ว “ชาไทย” มีที่มาจากไหนกันแน่ ซึ่งหากย้อนกลับไปแต่ต้น คนไทยได้รับอิทธิพลการดื่มชาร้อนมาตั้งแต่สมัยพระนารายมหาราชเลยทีเดียว แต่วิธีการดื่มหรือปรุงรสนั้นยังดั้งเดิมอยู่มาก ทว่าเมื่อยุคสมัยผ่านไป ชาวไทยทำมาค้าขายกับพ่อค้าอินเดียมากขึ้นและรับเอาวัฒนธรรมการดื่มชาแบบใส่นมและน้ำตาลมาจนแพร่หลาย กอปรกับช่วงนั้นมีบริษัทผลิตนมข้นหวานขึ้นในไทยเจ้าแรกและโรงน้ำแข็งแห่งแรกของสยามประเทศ ทำให้ร้านกาแฟน้อยใหญ่ ต่างรับเอาความนิยมการชงชาเย็นแบบหวานมันมาขายจนเป็นที่ติดใจไปทั่ว

ความนิยมของ “ชาไทย” ในยุคนั้นทวีคูณความร้อนแรงขึ้นด้วยแบรนด์บุกเบิก อย่าง “ชาตรามือ” ที่ขณะนั้นได้รับใบชาจากจีนเข้ามาขายและชงเมนูชาไทยให้ติดตลาดขึ้นไปอีก ภายหลังชาตรามือได้เปลี่ยนจากใบชาซีลอนผสมสีมาใช้ใบชาดำและแดงที่ให้สีสันออกไปทางส้มอย่างธรรมชาติ เมื่อนำมาชงกับนมและน้ำตาล จึงให้สีส้มนวลตามฉบับ ชาไทย หรือ ชาเย็น นั่นเอง

ตกลง “ชาส้ม” ต้องเรียกให้ถูกว่าอะไร?

นับเป็นปัญหาคาใจผู้บริโภคไม่น้อยเลยกับการเรียกชื่อชาส้มให้ถูกเวลาที่ต้องสั่งกับพ่อค้าแม่ขาย ซึ่งจริง ๆ แล้ว ชาส้มที่ว่า สามารถยึดชื่อเรียกอิงสัดส่วนการชง ได้ดังนี้

  • ชาร้อน/ชาเย็น: ชงด้วยชาร้อน เติมนม น้ำตาล/ไซรัป หากเป็นแบบเย็นจะเพิ่มน้ำแข็ง
  • ชาดำเย็น: ชงด้วยชาร้อน ใส่น้ำตาล/ไซรัป เติมน้ำแข็ง
  • ชานม: เมนูเดียวกับชาไข่มุก ชงด้วยชาซีลอน ผสมนมและน้ำตาลหรือไซรัป

ส่วนคำว่า ชาไทย (Thai Tea) หรือ ชาไทยเย็น (Thai Iced Tea) เป็นชื่อเรียกเมนูที่เหมือนกับชาเย็นด้านบน มีส่วนผสมเป็นชาแดงหรือชาดำชงร้อน ผสมเข้ากับนม นมข้นหวานหรือน้ำตาล ปิดท้ายด้วยน้ำแข็ง เป็นชื่อที่ต่างชาติเริ่มใช้เรียกเมนูชาส้มหวานมัน เนื่องจากการชงแบบนี้มีขายเฉพาะในไทยในยุคสมัยนั้น

แจก 5 สูตร 5 เมนู ชาไทย ชาเย็น

ชาไทย ชาเย็น
ชาไทยเย็น

ส่วนผสมเบสน้ำชา

  • ชาตราหัวสิงห์ 48 กรัม (8 ชต.)
  • น้ำร้อน 450 มล.

วิธีชง

  • ตักชา 8 ชต. ใส่ถุงชงชา ตวงน้ำร้อน 450 มล. เทลงผ่านชาให้น้ำร้อนเปียกชาจนทั่ว
  • เทน้ำร้อนผ่านถุงชงชา ชักชาไปมา 10 ครั้ง จากนั้นแช่ชา 5 นาที
  • เมื่อครบเวลาแช่ 10 นาที ชักชาอีก 10 ครั้ง

ส่วนผสมเครื่องดื่ม

วิธีทำ

  • ตวงเบสน้ำชา 90 มล. ตวงครีมนมหวาน 60 มล. ใส่ลงไปคนให้เข้ากัน เทลงแก้วน้ำแข็งคนให้เย็น จากนั้นเติมน้ำแข็งเต็มแก้ว
  • ตวงนมข้นจืด 30 มล. ราดด้านบน
ชาไทยโบราณร้อน

ส่วนผสมเบสน้ำชา

  • ชาตราหัวสิงห์ 48 กรัม (8 ชต.)
  • น้ำร้อน 450 มล.

วิธีชง

  • ตักชา 8 ชต. ใส่ถุงชงชา ตวงน้ำร้อน 450 มล. เทลงผ่านชาให้น้ำร้อนเปียกชาจนทั่ว
  • เทน้ำร้อนผ่านถุงชงชา ชักชาไปมา 10 ครั้ง จากนั้นแช่ชา 5 นาที
  • เมื่อครบเวลาแช่ 5 นาที ชักชาอีก 10 ครั้ง

ส่วนผสมเครื่องดื่ม

  • เบสน้ำชา 120 มล.
  • นมข้นหวาน ตราอโรม่า 30 มล.

วิธีทำ

  • ตวงนมข้นหวาน 30 มล. ใส่แก้ว
  • ตวงเบสน้ำชา 120 มล. ราดด้านบน พร้อมเสิร์ฟ
พุดดิ้งชาไทย

ส่วนผสมเบสน้ำชา

  • ชาตราหัวสิงห์ 48 กรัม (8 ชต.)
  • น้ำร้อน 450 มล.
  • ผงพุดดิ้ง ตราอโรม่า 25 กรัม
  • ครีมนมหวาน ตราอโรม่า 135 มล.
  • ครีมเหลว ตราอโรม่า 30 มล.
  • น้ำตาลทราย 20 กรัม

วิธีทำ

  • ตักชาใส่ถุงชงชา ตวงน้ำร้อน 450 มล. ชักชากลับไปมา 10 ครั้ง จากนั้นแช่ชา 10 นาที
  • เมื่อครบเวลา 10 นาที ชักชา 10 ครั้ง ยกถุงชาขึ้น บีบน้ำชาจนหมด แบ่งน้ำชาออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1

  1. ตวงน้ำชา 100 มล. เติมน้ำร้อน 100 มล. ชั่งผงพุดดิ้ง 8 กรัมใส่ลงไปคนให้ละลาย
  2. ชั่งน้ำตาลทราย 20 กรัม ใส่ลงไปคนให้ละลาย

ส่วนที่ 2

  1. น้ำชาส่วนที่เหลือ 200 มล. ชั่งผงพุดดิ้ง 17 กรัม ใส่ลงไปคนให้ละลาย
  2. ตวงครีมนมหวาน 135 มล. และครีมเหลว 30 มล. ใส่ลงไปคนให้เข้ากัน

เทส่วนที่ 1 ปริมาณ 60 มล. ใส่พิมพ์ด้านล่าง ทิ้งให้อุณหภูมิเย็นลง นำแช่ตู้เย็นประมาณ 10 นาที
เทส่วนที่ 2 ปริมาณ 120 มล. ใส่พิมพ์ด้านบน ทิ้งให้อุณหภูมิเย็นลง แช่ตู้เย็นรอให้เซทตัว นำมาจัดเสิร์ฟ

สังขยาชาไทย

ส่วนผสม

  • ชาตราหัวสิงห์ 30 กรัม (6 ชต.)
  • น้ำร้อน 200 มล.
  • ครีมนมหวาน ตราอโรม่า 275 มล.
  • แป้งข้าวโพด 25 กรัม
  • เนยสด 80 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำ

  • ตักชาใส่ถุงชงชา ตวงน้ำร้อน 200 มล. ชักชากลับไปมา 10 ครั้ง จากนั้นแช่ชา 20 นาที เมื่อครบเวลายกถุงชาขึ้น บีบน้ำชาจนหมด
  • ตวงครีมนมหวาน 125 มล. ใส่แป้งข้าวโพดคนผสมให้เข้ากัน ตอกไข่ไก่ 2 ฟองใส่ลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้
    เทน้ำชาใส่หม้อตั้งไฟ ตวงครีมนมหวาน 150 มล. คนให้เข้ากัน เคี่ยวไฟอ่อน
  • ค่อย ๆ เทนมแป้งข้าวโพดใส่ลงไป ใช้ตะกร้อมือคนไปเรื่อย ๆ ใส่เนยลงไป คนจนเนื้อสังขยาหนืด เมื่อได้ที่แล้วปิดไฟ
  • คูลดาวน์สังขยาชาไทยบนน้ำเย็น เมื่อเนื้อสังขยาเริ่มเนียน พร้อมเสิร์ฟได้
ปังเย็นชาไทย

ส่วนผสมเบสชานมเข้มข้น

  • ชาตราหัวสิงห์ 48 กรัม (8 ชต.)
  • น้ำร้อน 300 มล.
  • ผงพุดดิ้ง ตราอโรม่า 5 กรัม
  • ครีมนมหวาน ตราอโรม่า 250 มล.
  • ครีมเหลว ตราอโรม่า 45 มล.

วิธีทำ

  • ตักชา 8 ชต. ใส่ถุงชงชา ตวงน้ำร้อน 300 มล. เทลงผ่านชา ให้น้ำร้อนเปียกชาจนทั่ว
  • เทน้ำร้อนผ่านถุงชงชา ชักชาไปมา 10 ครั้ง แช่ชา 10 นาที ครบเวลาแช่ 10 นาที ชักชาอีก 10 ครั้ง
  • ชั่งผงพุดดิ้งใส่ลงไป คนให้ละลาย ตวงครีมนมหวาน 250 มล. และครีมเหลว 45 มล. ใส่ลงไปคนให้เข้ากัน คูลดาวน์ให้เย็นใส่ขวดบีบเตรียมทำเมนู

ส่วนผสมเมนู

วิธีทำ

  • ปั่นน้ำแข็งเกล็ดใส่ถ้วยราดเบสชานมเข้มข้นชั้นที่ 1 ปั่นเกล็ดน้ำแข็ง ชั้นที่ 2 จากนั้นปั่นให้เนื้อน้ำแข็งแน่น
  • ราดเบสชานมชั้นที่ 2 ตกแต่งด้วยเจลลี่บอลรสบราวน์ชูก้า ปังเนยอบ และเฉาก๊วย พร้อมเสิร์ฟ

 ประโยชน์ของชาไทย ชาเย็น

มีสารต้านอนุมูลอิสระ: ในชาไทยมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น EGCG และคาเทชิน ที่สามารถช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดในชั้นเซลล์ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น โรคหัวใจ หรือ โรคมะเร็ง

เพิ่มเอเนอร์จี้และความตื่นตัว: “ชาไทย หรือ ชาเย็น” จัดอยู่ในเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นสารประกอบ สามารถช่วยเพิ่มพลังงาน กระตุ้นร่างกายและสมองให้ตื่นตัว เหมาะกับคนที่ต้องการคาเฟอีนแต่ไม่ชื่นชอบรสชาติกาแฟ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังมีผลทางอ้อมในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

ส่งเสริมระบบประสาท: ชาไทยเป็นเมนูชาที่มีสารประกอบของ แอล-ธีอะนีน (L-Theanine) สารสื่อประสาทที่ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดได้ และยังส่งเสริมให้มีสมาธิเพิ่มขึ้น สามารถพร้อมต่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร: ส่วนประกอบชาไทยมีเครื่องเทศพิเศษ เช่น โป๊ยกั๊กและกระวาน ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบย่อยอาหาร ทั้งช่วยกระตุ้นการผลิตเอนไซม์ย่อยอาหาร ลดการเกิดลำไส้อักเสบและช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

ข้อควรระวังในการดื่ม

แม้ชาเย็น – ชาไทย จะมีความอร่อยและประโยชน์ในตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น เพราะเครื่องดื่ม “ชา” เป็นเครื่องดื่มที่มีสารเคมีทางธรรมชาติหลายชนิด ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับหรือหลับยากเป็นพิเศษ ควรงดดื่มชาใกล้ช่วงเวลานอน เพื่อป้องกันปัญหาการนอนไม่หลับ
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคความดันเลือดและโรคหัวใจ ควรเลี่ยงการบริโภคชาไทย เนื่องจากคาเฟอีนในชา อาจส่งผลให้หัวใจเต้นถี่หรือผิดปกติได้ และในผู้ป่วยความดันเลือด อาจเกิดความดันเลือดสูง หรือ เกิดความกระสับกระส่ายได้
  • ควรเลี่ยงการดื่มชาสำหรับผู้ที่ป่วยและมีไข้สูง เนื่องจากสารประกอบในชา อาจส่งผลกระทบให้ความดันเลือดสูงและไข้ขึ้นสูงกว่าเดิมได้
  • การดื่มชาไทยในผู้ป่วยเบาหวาน ปริมาณน้ำตาลในชาอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้

นอกจากนี้การดื่มชาไทยในปริมาณมากและติดต่อกันมากจนเกินไปยังสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดอาหารปวดหลัง ปวดเมื่อยตามไขข้อ หลอดเลือดตีบตันได้ รวมถึงปัสสาวะถี่และบ่อยขึ้น ฉะนั้น ควรบริโภคในปริมาณที่พอดีและไม่ควรบริโภคติดต่อเป็นประจำทุกวัน

เมนูชาส้มสไตล์ไทย ที่ได้ชื่อว่า Thai Tea เครื่องดื่มชารสหวานมันที่การันตีความฮอต – ความปังมาเสมอ จึงไม่แปลกใจเลยที่ ชาเย็นสไตล์ไทยในรูปลักษณ์สีส้มนวล จะครองใจชาวเลิฟชาทั้งไทยและเทศจนคว้าอันดับโลกมานักต่อนัก ยังไม่นับรวมคุณประโยชน์แบบพร้อมสรรพ ก็นับว่าเพียงพอต่อการเป็นหนึ่งในตัวเต็งแห่งอาณาจักรชาของจริง!